Sunday, December 4, 2011

5ธค54...อยู่กับน้ำ


ข้างล่างนี้เป็นบันทึกสั้นๆที่โพสท์ไว้ที่เฟซบุ๊ค  แล้วเอามารวมไว้ที่บลอกนี้

1ธค. ต้องทำบางอย่างที่นักโทษทำ
ต้องทำบางอย่างที่นักโทษทำ  ทั้งๆที่ไม่เคยต้องโทษอาญา....1ธค.ตั้งแต่เช้าตรู่ เดินเครื่องสูบเอาน้ำออกจากใจกลาง บ้านที่ลึกประมาณ 20 ซม.  เพราะนอกอาคารแห้งแล้ว  ต้องทำงานในเวลาที่พอดี  นอกจากเอาน้ำออกจากอาคารได้หมด  ก็ต้องเอาถุงทรายและอุปกรณ์ที่ใช้อุดกันน้ำท่วม  ออกจากบ่อระบายน้ำทิ้ง  ที่ทั้งเน่าทั้งดำทั้งเหม็น  ถ้าทิ้งไว้อีก2-3วัน จะแย่กว่ามาก  ต้องใช้มือและแขนล้วง/ดึง (ถุงมือทุกชนิดไม่เหนียวพอสำ.หรับงานระดับนี้)   ดังที่นักโทษทำให้พวกเราบ่อยๆนั่นแหละ  ต้องขจัดความกลัวโรคฉี่หนูและเชื้อโรคทุกชนิด  โดยคิดว่าภูมิคุ้มกันเราสู้ได้
วานนี้ตัดพรมในห้องทำงานออกทิ้ง  ขณะที่พอมีน้ำในบ้าน10 ซม.  นอกบ้าน 25ซม   ตัดเป็นชิ้นละ4-5 ตารางเมตร ม้วนๆแล้วนำออกไปทิ้ง  ในที่ที่รถของกทม.รับขยะไปทิ้งเป็นประจำ  โดยอาศัยน้ำเป็นเครื่องผ่อนแรง  หากไม่ทำวันนี้จะเหนื่อยมาก  ลากบนพื้นแห้ง(ไม่มีน้ำพยุง)ไม่ไหว  เพราะหนักม้วนละเกือบ 100 กก
ต้องรีบเอาขยะออกจากทุกห้องชั้นล่าง  ขณะที่แฉะๆอยู่   ถ้าแห้งแล้วจะเอาออกยาก  ทำความสะอาดยาก  โต๊ะทำงานใช้วางข้างของเพื่อหนีน้ำ  มีหลายอย่างรวมถึงลำโพงดีีๆ   วันนี้ไม่เหลือ   ไม่มีขะโมยงัดแงะ แต่โต๊ะยุบตัวยุ่ยหมด   ตู้ลำโพงยุ่ยละลาย   เพราะทำด้วยชิพบอร์ดทั้งนั้น   ต้วกรวยลำโพงก็ยุ่ยเพราะทำด้วยกระดาษ
ที่บ้านไม่มีใครดื่มลิโพ   แต่ขยะขวดลิโพมีหลายสิบ   แม่บ้านสงสัยว่ามาจากไหน?   บอกว่าต้องไปถามศปภ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรีที่สั่งไม่ให้ปล่อยน้ำจากเขื่อน ในเวลาที่ต่องปล่อย
บ่อปลาคาล์ป ไม่เหลือคาล์ปเลย 9 ตัวสวยๆตัวละประมาณ 1 กก   ไปอยู่ในท้องใครมั่งไม่รู้   แต่วันนี้เอาน้ำออก   ก็ได้ปลาที่ศปภให้มากับอุทกภัยครั้งนี้หลายตัว   ไม่รู้พันธ์อะไรบ้าง   ไม่อยากได้ปลาพวกนี้เลย   เหมือนที่ประชาชนบางประเทศที่ได้ ครม.ที่เขาไม่อยากได้
การได้มาและความสูญเสีย เป็น หน้าของเหรียญเดียวกัน   ไม่เห็นต้องเป็นทุกข์   นอกคุกในคุกก็เช่นกัน   ถ้าอยู่ในคุก  วันหนึ่งก็ได้อยู่ข้างนอกอยู่ดี   ไม่เห็นต้องหนีเลย ….อันนี้ไม่เกี่ยวกับผมนะ
*************************
29พย หมดเวลาฮันนี่มูนแล้ว
ถึงวันต้องล่ำลาน้องเอี๊ยม ไปคบหากับน้องบู๊ท...ครบ6สัปดาห์ตั้งแต่น้ำเข้าบ้าน เวลานี้ไม่มีจุดใดในบ้านลึกเกิน 25ซม.   ใช้บู๊ทยางเดินไปมาทำความสะอาด   และกู้ชีวิตรถยนต์ 2 คันที่จมน้ำเกือบครึ่งคัน   ถอดเอาทุกอย่าง(ยกเว้ณส่วนที่เป็นโลหะ)ออก   ซักล้าง   ผึ่งแดดผึ่งลม   1-2วันก็จะจัดการกับเครื่องยนต์ ระบบเบรค ระบบคลัทช์   ไม่คิดว่าอู่ไหนจะพิถีพิถันเท่าเรา   โอ...อีกไม่นานก็จะหมดเวลาฮันนี่มูนแล้ว คงจะนับเวลาได้ร่วม   2 เดือนที่ใช้ชีวิตด้วยกันเพียง 2 คนจริงๆ..ฮา
*********************************
25พย. อย่ารอให้น้ำแห้งหมด
เพื่อนร่วมชะตากรรมครับ   อย่ารอให้น้ำแห้งหมด  หรือเกือบหมดจึงทำความสะอาด   ผมทำช่วงนี้แหละ   ขณะที่น้ำลึกระหว่างเข่าถึงขา   ใช้แปรงทองแหลืองและแปรงขนแข็งอื่น   ขัดคราบสกปรกบนผนังที่ยังไม่แห้งสนิท ใช้น้ำเน่าลดน้ำหนักขยะที่โกยใส่กระบะ   อย่าลืมใช้ชุดเอี๊ยมยางและถุงมือยางด้วย ..... ใช้น้ำเน่าล้างคราบเน่า   ล้างง่ายกว่าตอนที่คราบเน่าแห้งมากเป็นไหนๆ   ประหยัดน้ำดีได้มาก   คงเหมือนการเมืองน้ำเน่าที่เอาน้ำดีมาล้าง   สิ้นเปลืองมาก   หานักการเมืองน้ำเน่าน้อยกว่ามาไล่กันน่าจะประหยัดกว่า   หรือไม่ก็หาน้ำเน่ากลับใจมาไล่ก็ได้   ตำรวจเขารู้ดี   จึงเอาโจรเก่ามาไล่จับโจรใหม่   เพราะรู้ทันกัน   การเอารมต.ที่ออกคุกกลับตัวกลับใจ มาเล่าวิชามารฉ้อโกงในรายการทีวีก็เป็นเรื่องดีมาก   และจะดีกว่าไหมหากสึกแล้วกลับมาเป็นฝ่ายค้าน  ไล่จับคนโกง?   แต่จะมีคนเลือกหรือเปล่าก็ไม่รู้?....ฮา
*******************************
24พย. วานนี้โชคดี
วานนี้โชคดีเหมือนถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่1   ไชยโย มีเรือตำรวจ บชน3นำถุงยังชีพของ ปตท ไปให้ที่รั้วบ้าน    เกิดมาไม่เคยได้เล้ย   ขอบคุณทั้งปตท แ ละตำรวจ
*********************************
20พย.ถึงผอ.เขตหลักสี่
วันนี้ฟังท่านพุทธโฆษาจารย์เทศน์ที่ช่อง TNN   ทำให้อารมณ์นิ่งลงมากมาย   จับความได้ว่า   ในเวลานี้(ที่บ้านเมืองมีวิกฤติน้ำท่วมใหญ่) คนไทยควรปฏิบัติต่อกันด้วย   ทาน ปิยะวาจา จิตอาสา ร่วมทุกข์ร่วมสุข
ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที   หลานชายก็เล่าให้ฟัง   ถึงเรื่องเจ้าหน้าที่ไม่ยอมเดินเครื่องสูบน้ำที่มีอยู่อีกหลายเครื่อง บริเวณใกล้คลองรังสิต   โดยอ้างว่าอยู่ใกล้หม้อแปลง   ชาวบ้านต้องขู่ว่าถ้าไม่เดินเครื่องสูบน้ำ...เหล่านั้น เขาจะยกกำลังไปพังบิ๊กแบ็ก    เจ้าหน้าที่ก็ยอมโดยย้ายหม้อแปลงได้ใน3วัน
หรือว่าในสังคมเราวันนี้ต้องใช้มวลชนข่มขู่   เจ้าหน้าที่ถึงจะทำงาน   แล้วเมื่อไหร่เราจะปฏิบัติได้ตามที่ท่านพุทธโฆษาจารย์สอนไว้
ผอ.เขตหลักสี่  กรุณาเร่งดำเนินการ   เอาขยะและสิ่งกีดขวางในคลองเปรมประชากรออกด้วยเถอะครับ    มันสาหัสเกินไปที่ชาวบ้านในพื้นที่ท่านต้องรออีก 40 วันให้น้ำแห้ง(ตามการประมาณการของดร.เสรี ...(กำลังใช้ปิยะวาจา   ขอจิตอาสาและร่วมทุกข์ร่วมสุข)
*******************************





Friday, November 18, 2011


อยู่กับน้ำ...18พย.ได้ออกกำลังกายสมใจ

น้ำเข้าบ้านตั้งแต่ 20 ตค ก็ได้ออกกำลังกล้ามเนื้อหลายวัน ด้วยการยกของหนีน้ำ หนีขึ้นที่สูง ครั้งแรกประมาณ 50 ซม. แล้วก็อีก 20 ซม ไปเรื่อยๆจนน้ำหยุดขึ้น เหมือนการหนีน้ำของ ศปภ และศุนย์อพยพต่างๆ  ปี2538 ฝนมากเท่าๆกับปีนี้ ก็ไม่น่าจะท่วมมากเกินครั้งนั้นมากมายนัก ไม่เห็นจะต้องเหนื่อยเกินเหตุในการเตรียมตัวหนีน้ำ

อย่างที่อาจารย์ที่จุฬาฯพูดกับดร.นัฐฐา กมลวาทินในรายการตอบโจทย์เมื่อคืนวันที่ 17 พย สี่ทุ่มครึ่งช่องทีพีบีเอส อาจารย์ท่านนั้นบอกชัดเจนว่า ปี2538 กับปีนี้ ฝนมีมากเท่าๆกัน แต่ด้วยความผิดพลาดในการบริหารจัดการ ตั้งแต่การปล่อยน้ำจากเขื่อนจนถึงการแก้ปัญหา ทำให้บ้านเมืองเสียหายมหาศาล

การออกกำลังยกของขึ้นที่สูงในวันแรกๆ ก็ได้บริหารกล้ามเนื้อแขนและขา ไม่ได้ออกกำลังหัวใจ
จะมีบ้างก็ตอนเดินปราณทุกเช้า

วานนี้ 17 พย จำเป็นต้องออกบ้านไปทำธุรกรรมการเงิน ก็พายเรือไป ไปได้ 200 เมตรต้องเปลี่ยนใจหยุดพาย เพราะช้าเกินไปเนื่องจากเป็นเด็กภูเขามาก่อน(จังหวัดน่าน) ขอโบกเรือเพื่อนร่วมชะตากรรม เขา 2 สามีภรรยาก็ใจดีพาเราไปด้วย ขากลับนั่งเรือบริการฟรีของเทศบาลนครเชียงใหม่ ทั้งขาไปและขากลับเห็นมีเรือฟรีของเทศบาลนครเชียงใหม่ 2 ลำขนาดบรรทุก 12 คน เรือตีตราสุราษฎ์ธานี-สส. สุรชาติ 2-3 ลำ(ขนาดบรรทุก 5 คนน่าจะได้) แต่ไม่เห็นของเขตุหลักสี่ เจ้าของพื้นที่ นอกนั้นเป็นเรือรับจ้างนับ10คัน ค่าบริการ 100 บาทต่อระยะทาง 2 กม

วันนี้ต้องออกไปอีก คิดว่าวิธีที่ดีที่สุดคือเอาจักรยานขึ้นบนเรือท้องแบนที่มีอยู่ ได้มาจากการบริจาคของลูกชาย (ตอนเชียงใหม่และนครสวรรค์เจอปัญหา เราก็บริจาคแต่ไม่ได้เรือ...ไม่ว่ากัน เพราะไม่ได้หวังเช่นนั้น) ใส่ชุดเอี๊ยมกันน้ำ เดินลากเรือไปตามเส้นทางที่น้ำลึกแค่ไม่เกินอก ระยะทางประมาณ1 กม แต่ต้องใช้เวลานานร่วมครึ่งชั่วโมง เป็นการเดินในน้ำด้วยชุดเอี๊ยมยางที่น้ำไม่ซึม

เรื่องความดันของน้ำที่พังถุงทราย พังพนังกั้นน้ำจนแตกนี่ รู้จักสูตรการคิดมาตั้งแต่อยู่ชั้นมศ4 (ปี2506)แล้ว สอนสูตรนี้ในวิชาโครงสร้างชลศาสตร์หลายปี วันนี้ก็จำสูตรได้ดี แต่เพิ่งจะสัมผัสความดันหรือแรงดันน้ำก็ตอนใส่ชุดเอี๊ยมยางนี่แหละ เมื่อน้ำลึกถึงเข่าก็รู้สึกได้ที่นิ้วเท้าที่ขยับยาก เมื่อลึกถึงเอวก็รู้สึกว่าทุกส่วนถึงโคนขาถูกรัดด้วยถุงยางแน่นเปรี๊ย เมื่อน้ำถึงอกทุกอย่างใต้สะเอวถูกรัดแรงมากจนอึดอัด คิดว่าถ้าลึก2 เมตรโดยน้ำไม่ซึมเข้าตัว คงจะรู้สึกเหมือนผู้ต้องหาที่ถูกตำรวจสอบสวนด้วยการบีบไข่จนหน้าเขียวนั่นแหละ

เมื่อถึงท่าเรือชั่วคราวที่ข้างคลองประปา ผูกเรือไว้ณจุดที่คิดว่าไม่มีใครกล้าขโมยใบพาย ยกจักรยานลุยน้ำขึ้นฝั่ง ข้ามสะพานไม้ไปฝั่งอำเภอที่มีนายกเทศมนตรีที่ต้านน้ำท่วมได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำได้ดีกว่านายกฯยิ่งลักษณ์ และผู้ว่าสุขุมพันธ์ ถึงขั้นคนพูดถึง.....ปากเกร็ดโมเดล...

ข้ามฟากเสร็จก็เริ่มปั่นจักรยานไปอีกเป็นระยะทางกว่า 2 กม ล๊อครถ รีบขึ้นไปเข้าคิวที่หน้าเค้าเตอร์ธนาคารเพื่อเอาเช็คเข้าบัญชี ตรงนี้แหละทำท่าจะหน้ามืดหัวใจจะวาย ออกกำลังมาเต็มที่แล้วก็หยุกกึกโดยไม่มีการ..วอร์มดาวน์/คูลดาวน์...ก็จะเป็นอย่างนี้ จึงต้องหายใจลึกถี่เหมือนนักว่ายน้ำเป่าปอดตอนพักจากการว่ายน้ำ หลายปีก่อนที่ปีนใกล้ถึงชั้นสูงสุดของน้ำตกเอราวัณที่กาญจนบุรี ต้องเป่าปอดเป็นระยะๆ ตอนนั้นก็อายุ 60 ปีน่าจะได้

สะใจจริงๆที่ได้ออกกำลังหัวใจและปอด

เพิ่งจะรู้อีกเหมือนกันว่า เมื่อออกกำลังด้วยการปั่นจักรยาน 2 กม น่ามีการเสียน้ำจากภายในกายไม่น้อยกว่าครึ่งลิตร ดูได้จากเสื้อ กางเกง รองเท้าที่เป็นส่วนหนึ่งของเอี๊ยม ดีที่พกน้ำดื่มไปด้วยครึ่งลิตร

พักกินอาหารกลางวันที่โลตัสแจ้งวัฒนะ จะส่งเอกสารที่ไปรษณีย์เอกชน เขาไม่รับโดยให้เหตุผลว่าไปส่งที่ศุนย์ใหญ่หลักสี่ไม่ได้เพราะน้ำท่วมสูง 30วันแล้วที่ไม่มีเอกสารที่ส่งผ่านบริษัทไปรษณีย์ไทย ปกติมีวันละ3-5ชิ้น เอกสารสำคัญที่มีผู้ส่งอีเอ็มเอ็สให้ กว่าสิบวันก็ยังไม่ได้รับ...เฮ้อ...ถ้าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายก็ไม่มีการรับรู้กันผ่านไปรษณีย์ยามน้ำท่วม สงสัยไม่มีงบประมาณซื้อเรือ หรือพนักงานขับเรือไม่เป็น

โทรศัพท์2หมายเลขของทศท. ที่เสียตั้งแต่ปลายตค.ก็ยังใช้ไม่ได้ แจ้งทีไรก็ตอบอัตโนมัติว่า..กำลังแก้ไขและจะเสร์จวันที่4 พย. เลยวันที่ 10 พย. ก็ตอบเหมือนเดิม 18พย เหมือนเดิม ...ขอบ่นหน่อยละกัน

ซื้อข้าวของเสร็จ(ไม่มีการซื้อน้ำ เพราะใช้เครื่องกรองน้ำ) เดินทางกลับเหมือนเดิม ขากลับไม่มีอาการหน้ามืด/หัวใจวายเพราะมีการ..วอร์มดาวน์/คูลดาวน์..ก่อนถึงบ้าน

ล้างชุดเอี๊ยมยาง อาบน้ำ หลับกลางวันสบาย หลังจากออกกำลังกายสมใจ

รีบทำบันทึกฉบับนี้ก่อนความทรงจำจะเลือนไป แม้ไม่มีอัลไซมเมอร์ก็เถอะ

20.40

Saturday, November 12, 2011

อยู่กับน้ำ....ปล้ำกับหมา

044013พย.54

หลังจากที่น้ำท่วมพื้นดินพื้นบ้านทุกตารางนิ้ว   เพื่อนบ้านข้างเคียงอพยพออกไปมีชีวิตอยู่บนที่ดอนคอนโดกันหมด   คนไทยที่รักหมาแต่ไม่ยอมมีหมาในบ้านก็ไม่อาจจะเอาอาหารไปให้หมากลางถนนข้างบ้าน ที่มีมากถึง14ตัว ดังที่เคยปฎิบัติเป็นนิจสิน  ทั้งหมดก็ดึงดันเข้ามาอาศัยอยู่ด้วย  โดยนอนบนหลังคารถ 3 คันที่โรงรถ  ระเบียงบ้านไทย   ศาลาไทยพื้นยกสูง1.2เมตร(ที่ไม่เหมือนสร้างขายกัน แต่ทำหน้าที่เดียวกัน) ก็คิดว่าเป็นการทำทาน แทนการใส่บาตร(เพราะไม่มีพระผ่านมาเลย) แทนการสืบชะตาโดยไม่ต้องบินไปทำที่เชียงใหม่หรืออินเดีย คนที่รักหมากลุ่มนี้ก็โทรสัพท์มาถามไถ่ แล้วก็ให้พรเราที่ทำหน้าที่แทนเขาและมากกว่า ให้พรยาวเหยียดไม่แพ้พระสงฆ์

ซ่อมเครื่องรถ  เบรค  คลัช  ภายใน  แล้วก็ซ่อมหลังคาที่บุบโดยหมากระโดดขึ้นลง 

ตั้งแต่วันที่20ตคเป็นต้นมา ก็ต้องออกแรงต้านกับนิสัยใจคอของหมาที่ต้องรับรู้ เช่นต้องย้ายข้าวของที่เก็บใส่กล่องไว้ในที่ 3 แห่งที่ปล่อยให้หมาอาศัย เพราะเห็นมีการขูดข่วนเพื่อทำให้ที่นุุ่มก่อนนอน หรือระบายความเครียด ใหม่ๆก็เรียบร้อย เจียมเนื้อเจียมตัว อยู่มาก็ว่ายน้ำเก่งก็ชอบว่ายน้ำเที่ยว กลับขึ้นมาสะบัดขนนอนบนกล่องกระดาษที่เก็บข้าวของจนเปียกปอน แถมเปียกเปื่อย ก็ต้องได้ออกกำลังขนย้ายของอีก หลายเที่ยว

ทุกคืนมันก็แย่งที่กันนอน ชอบนอนที่สูง ร้องข่มขู่กัน กัดกัน ก็ต้องตะคอกให้มันหยุด หลายครั้งก็ต้องอุเบกขา เอาผ้าห่มครอบหู

ระเบียงชั้นบนที่ใช้เป็นห้องครัวใหม่  มีบันไดทางขึ้นที่เชื่อมต่อศาลาได้  ก็ต้องทำเครื่องป้องกันหมาขึ้นไปคุ้ยหาของกินกลางคืน  เมื่อมันหิว  โดยใช้เหล็กดัดกันขโมยเก่าของเพื่อนบ้านที่เคยขอไปเก็บไว้   แล้วได้ใช้งานจริงๆคราวนี้     3-4 คืนมานี้ต้องพัฒนาการสะกัดกั้นหมา เหมือนที่รัฐบาลและกทมสะกัดกั้นน้ำด้านใต้คลองรังสิตไม่มีผิด   เขาแพ้น้ำที่นั่นแล้วเราก็แพ้น้ำที่มาถึงบ้าน  แล้วเราก็แพ้หมามา 3 คืน แพ้หมารับไม่ได้   คืนที่ 4 เราชนะแล้ว   แต่ก็ต้องตื่นกลางดึกมาดู  เพราะเมื่อมันแพ้ มันก็ส่งเสียงหนวกหู  ก็ต้องออกมาดู ตะคอกมัน  กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย   หลายปีก่อนเคยเจอหมาของข้างบ้านเอาหัวมุดคาประตูเหล็กหนา  กว่าจะเอาออกได้ ก็เหลือชีวิตไม่กี่ชั่วโมง

คืนนี้เราชนะโดยหมาไม่ตาย   คืนต่อๆไปไม่รู้ว่าจะแพ้หรือชนะ   จบวิศวะมา แพ้หมาให้มันรู้ไป

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ก็ยังมีลูกชาย  น้องๆที่ต้องแบกอาการหมาไปเติมให้   โดยเดินลุยน้ำเน่าร่วม 2 กิโลเมตร  ต้องขจัดอุดจาระมันอีก   ล้างกระบะเจ้าตัวเล็กที่เกิดก่อนน้ำท่วม 4-5 วัน  ทุกคนมีส่วนได้บุญ

ประสพการณ์ครั้งนี้
1.ได้เรียนรู้ธรรมชาติของหมา  หมาก็เรียนรู้ธรรมชาติของคน  เช่นเวลาที่มันร้อง มันทะเลาะกัน เราตะคอกด้วยเสียงดังๆมันก็หยุด  มันเรียนรู้เราเร็วกว่าคนบางกลุ่มที่ไม่เรียนรู้กัน ทะเลาะกันจนเผาบ้านเผาเมือง แล้วก็ยังทะเลาะกันต่อ
2.ได้ฝึกอิทธิบาท 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อสุดท้าย

0545น จบเรื่องหมา ขณะที่หมายังไม่หยุดเห่าหอน

*********************

Wednesday, November 9, 2011


อยู่กับน้ำ..เวลาที่ต้องพึ่งตนเอง

10พย54
ความกังวลมาเยือนเมื่อ 0100น ขณะอาบน้ำก่อนเข้านอน น้ำจากฝักบัวเริ่มอ่อนแรง รำพึงว่า..นี่เราจะมีน้ำล้างสบู่ออกหมดรึเปล่า โชคดีล้างได้หมดก็หมดน้ำพอดี...นี่เราถูกตัดน้ำแล้ว อันเป็นผลจากการเป็นปู่โสม แต่ก็หวังว่าถูกตัดน้ำเฉพาะช่วงกลางคืน ตอนเช้าคงจะมีน้ำใช้ ก็การประปาเคยมีการเปิดน้ำเป็นเวลานี่นา

สว่างแล้วเมียบอกว่าน้ำก๊อกไม่ไหล เอาละสิถูกตัดน้ำแล้วหรือนี่ รีบโทรไปที่การประปา ประทับใจมากที่มีคนรับสายในเวลาเช้าตรู่ บอกเหตุขัดข้องและสถานที่อยู่ เจ้าหน้าที่บอกว่านอกพื้นที่ของเขา ขอให้แจ้งไปอีกที่หนึ่ง ก็หมุนเบอร์ที่เขาบอกมา แจ้งเขาดังที่เคยแจ้ง เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานใหม่บอกว่านอกพื้นที่เขา เอาละสิ ทั้ง2แห่งปฎิเสธรับเรื่อง...แต่ในที่สุดเขาบอกว่าเขาไม่ได้ตัดน้ำ เหตุขัดข้องต้องอยู่ภายในบ้าน ให้ไปหมุนๆประตูน้ำดู ถ้าเจ้าหน้าที่ไปจะต้องลำบากมากเพราะน้ำท่วม เขาพูดถูกต้องที่สุด..อัตตาหิอัตโนนาโถครับ

ทำตามที่เขาบอกเพราะเราจำได้ว่ามีประตูน้ำอยู่ตรงไหนบ้าง ไม่มีน้ำออกจากก๊อกแม้แต่หยดเดียว
โชคดีที่เราเป็นนักปฏิบััติที่สติแตกช้าหน่อย ใช้สมองที่พ่อแม่ให้มาคิดตรวจสอบเป็นขั้นเป็นตอน
ในที่สุดก็คลำหาจุดที่ท่อน้ำขาดและแก้ไขได้ คลำเอาโดยแท้เพราะตามองไม่เห็นระบบท่อ ไม่ใช่ตาบอดนะ แต่ระบบท่อประปาถูกน้ำท่วมหมด..เกือบ1เมตร

ตอนที่คิดหาทางออกว่าถ้าถูกตัดน้ำจริง ต้องให้เมียไปอยู่ข้างนอก ประเมินว่าอยู่คนเดียวจะอยู่ได้กี่วันสำหรับน้ำที่เก็บไว้ในถัง และอาหารนอกกระเพาะที่เหลืออยู่

เป็นอันว่าเรา 2 คนยังอยู่ต่อไปได้กับน้ำที่ยังไม่กูกตัด

โทรศัพท์ของ ทศท. 2เบอร์ที่เสียมาหลายวันและทาง ทศท บอกว่าจะซ่อมเสร็จวันที่4พย ผ่านมาแล้วร่วม1สัปดาห์ยังใช้ไม่ได้ แล้วอย่างนี้จะเอาอะไรไปสู้กับทรู ถ้าทรูเหมือน ทศท ผมไม่รู้จะอยู่ยังไงโดยไม่มีโทรศัพท์และอินเตอร์เนต นี่คือจุดอ่อนของคนสมัยใหม่


Saturday, November 5, 2011

อยู่กับน้ำ...5พย

15 วันแล้วที่อยู่กับน้ำ เริ่มทำบันทึกตามที่อ.สมัย อาภาภิรม (สนทอง) เพื่อนเก่าอยากให้เขียน(บอก facebook)

น้ำถึงไหน? น้ำเน่ารึยัง? อาหารหมดรึยัง? ...ทิ้งบ้านรึยัง? น้ำลดรึยัง? สบายดีอยู่? ไม่เครียดนะ?ก็ยังเป็นคำถามที่เพื่อน/ญาติที่ห่วงใยถามผ่านทางโทรศัพท์และเฟซบุ๊ค

น้ำก็ทรงๆอยู่2-3 วันแล้ว บวก/ลบ 2-2เซ็น/วัน สบายใจไปเปลาะหนึ่งที่ไม่ต้องคอยยกของที่ชั้นล่างอีก วันนี้เป็นวันแรกที่เท้าไม่ได้สัมผัสน้ำที่เน่าแล้ว ก่อนหน้านี้ต้องแช่น้ำเน่าวันละ2-3 ชั่วโมงในการย้ายของหนีน้ำ ขึ้นที่สูงกว่าเดิม 20-30ซม ส่วนใหญ่เป็นหนังสือ เทปเพลง แผ่นเสียง ซีดี

วานนี้หนักหน่อยเพราะต้องยกเอาโซฟาใหญ่ ตู้ไม้อัดสัก และเฟอร์นิเจอร์ที่แช่น้ำมา10+วันแต่อยู่ในสภาพที่ดี พอซ่อมได้ (เดิมคิดว่าทิ้งแล้ว) แต่ละชิ้นใหญ่ๆและหนัก ปัญหามาปัญญาเกิด หากสติไม่แตก ทำได้โดยหาไม้กระดาน4แผ่นสอดใต้ของใหญ่และหนัก ไม้ช่วยยกของลอยจากพื้นได้เช่นเดียวกับแพ ส่วนของเล็กหนักก็เอาใส่ถังปลาสติก (ทำหน้าที่เป็นเรือ) จักรเย็บผ้าก็ปลดหัวเหล็กออกจากตัวถัง แล้วแยกยก ก็ได้ความรู้สึกดีว่าเราก็เป็นกรรมกรที่ฉลาดได้เหมือนกันนะ

ส่วนตู้เย็น 22คิวก็ตะแคงเค้เก้ ไม่ลอย เพราะส่วนบนยังพิงผนังอยู่ หลายๆอย่างลอยระเกะระกะที่ชั้นล่าง...โหไม่เคยนึกเลยว่าเราสั่งสมขยะไว้มากเพียงนี้

ในห้องหนังสือก็เจอซากปลาคาล์ป 1ตัวที่เล้ียงมากับมือตั้งแต่ตัวเท่านิ้วก้อย จนโตเท่าแขน อีก 8 ตัวไม่รู้ตายอยู่ที่ไหนหรือในท้องใคร

อาหารกลางวันมีแกงเผ็ดปลาดุก หมูเค็ม กุ้งหวาน มื้อเย็นมีต้มยำกุ้งก้ามกราม(สุดอร่อย) กับอะไรจำไม่ได้แล้ว ทั้งหมดเป็นน้ำใจของ อรุณ สายัณห์ ออ (น้องชายมาลี) ที่นำมาให้ด้วยการเดินลุยน้ำระดับหน้าอกถึงไหล่ ระยะทางราว 2 กม.พร้อมกับอาหารอื่นๆ รวมถึงอาหารสุนัขด้วย


น้ำเน่านั้น เน่ามา 10 วันแล้ว จนประสาทรับรู้กลิ่นชินชา จำได้ว่า 30กว่าปีที่แล้วเพื่อนพาไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือที่คลองข้างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กินไม่ลงเพราะเห็นน้ำดำเหมือนในบ้านเราวันนี้ จมูกได้กลิ่นที่เหมือนกับหลายวันก่อนที่น้ำเริ่มเน่าในบ้านเรา แปลกดีนะที่สมองจำกลิ่นได้ดีถึง 30 กว่าปี แต่จมูกกลับรับรู้กลิ่นเดียวกันได้ไม่กี่วันเอง

เรื่องจะอพยพออกบ้าน คงไม่ไป ถ้าไป จะรู้สึกอย่างไร? คงจะนอนไม่หลับ กังวลว่าจะมีอะไรเสียหายเพิ่มจากที่เคยเห็น ขโมยงัดบ้าน หมาสิบกว่าตัวคงจะร้องโหยหวนเพราหิว จนกระทั่งหมดแรงไปในที่สุด

ไม่เห็นมีใครเดินทางผ่านบ้าน ยกเว้ณเรือหางยาวที่นานๆผ่านไปไปที ไม่เห็นมีเรือแจกของมากว่า 10วันแล้ว คงเป็นเพราในระแวกนี้เขาหนีกันหมด ไม่มีใครโทร/เอสเอ็มเอส ขอความช่วยเหลือ หรือว่าเมื่อเป็นเขตอพยพ(หลักสี่)แล้วก็หมดภาระของทางการ เขาคงคิดนะว่าประกาศแล้วนี่ ทำไมไม่ไปกินและนอนที่ศูนย์อพยพละ่

หลายวันมานี้ไม่ได้ปั่นจักรยาน เพราะน้ำถึงอก แต่ก็ได้ออกกำลังโยกย้ายข้าวของหนีระดับน้ำแทน นั่งมากหน่อยในการเกาะติดสถานการณ์ สลับกับสื่อสารกับเพื่อนๆออนไลน์ และเล่นเกมผ่านอินเตอร์เนต ถึงเวลานอนก็นอนได้ ท้องไมอืดไม่เสีย ไม่ปวดหัวตัวร้อน แสดงว่าไม่มีสภาวะเครียด

12.43 น เข้านอนดีกว่า