อยู่กับน้ำ...5พย
15 วันแล้วที่อยู่กับน้ำ
เริ่มทำบันทึกตามที่อ.สมัย
อาภาภิรม (สนทอง) เพื่อนเก่าอยากให้เขียน(บอก
facebook)
น้ำถึงไหน?
น้ำเน่ารึยัง?
อาหารหมดรึยัง?
...ทิ้งบ้านรึยัง?
น้ำลดรึยัง?
สบายดีอยู่?
ไม่เครียดนะ?ก็ยังเป็นคำถามที่เพื่อน/ญาติที่ห่วงใยถามผ่านทางโทรศัพท์และเฟซบุ๊ค
น้ำก็ทรงๆอยู่2-3
วันแล้ว บวก/ลบ
2-2เซ็น/วัน
สบายใจไปเปลาะหนึ่งที่ไม่ต้องคอยยกของที่ชั้นล่างอีก
วันนี้เป็นวันแรกที่เท้าไม่ได้สัมผัสน้ำที่เน่าแล้ว
ก่อนหน้านี้ต้องแช่น้ำเน่าวันละ2-3
ชั่วโมงในการย้ายของหนีน้ำ
ขึ้นที่สูงกว่าเดิม 20-30ซม
ส่วนใหญ่เป็นหนังสือ เทปเพลง
แผ่นเสียง ซีดี
วานนี้หนักหน่อยเพราะต้องยกเอาโซฟาใหญ่
ตู้ไม้อัดสัก
และเฟอร์นิเจอร์ที่แช่น้ำมา10+วันแต่อยู่ในสภาพที่ดี
พอซ่อมได้ (เดิมคิดว่าทิ้งแล้ว)
แต่ละชิ้นใหญ่ๆและหนัก
ปัญหามาปัญญาเกิด หากสติไม่แตก
ทำได้โดยหาไม้กระดาน4แผ่นสอดใต้ของใหญ่และหนัก
ไม้ช่วยยกของลอยจากพื้นได้เช่นเดียวกับแพ
ส่วนของเล็กหนักก็เอาใส่ถังปลาสติก
(ทำหน้าที่เป็นเรือ)
จักรเย็บผ้าก็ปลดหัวเหล็กออกจากตัวถัง
แล้วแยกยก
ก็ได้ความรู้สึกดีว่าเราก็เป็นกรรมกรที่ฉลาดได้เหมือนกันนะ
ส่วนตู้เย็น
22คิวก็ตะแคงเค้เก้
ไม่ลอย เพราะส่วนบนยังพิงผนังอยู่
หลายๆอย่างลอยระเกะระกะที่ชั้นล่าง...โหไม่เคยนึกเลยว่าเราสั่งสมขยะไว้มากเพียงนี้
ในห้องหนังสือก็เจอซากปลาคาล์ป
1ตัวที่เล้ียงมากับมือตั้งแต่ตัวเท่านิ้วก้อย
จนโตเท่าแขน อีก 8
ตัวไม่รู้ตายอยู่ที่ไหนหรือในท้องใคร
อาหารกลางวันมีแกงเผ็ดปลาดุก
หมูเค็ม กุ้งหวาน
มื้อเย็นมีต้มยำกุ้งก้ามกราม(สุดอร่อย)
กับอะไรจำไม่ได้แล้ว
ทั้งหมดเป็นน้ำใจของ อรุณ
สายัณห์ ออ (น้องชายมาลี)
ที่นำมาให้ด้วยการเดินลุยน้ำระดับหน้าอกถึงไหล่
ระยะทางราว 2 กม.พร้อมกับอาหารอื่นๆ
รวมถึงอาหารสุนัขด้วย
น้ำเน่านั้น
เน่ามา 10 วันแล้ว
จนประสาทรับรู้กลิ่นชินชา
จำได้ว่า
30กว่าปีที่แล้วเพื่อนพาไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือที่คลองข้างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
กินไม่ลงเพราะเห็นน้ำดำเหมือนในบ้านเราวันนี้
จมูกได้กลิ่นที่เหมือนกับหลายวันก่อนที่น้ำเริ่มเน่าในบ้านเรา
แปลกดีนะที่สมองจำกลิ่นได้ดีถึง
30 กว่าปี
แต่จมูกกลับรับรู้กลิ่นเดียวกันได้ไม่กี่วันเอง
เรื่องจะอพยพออกบ้าน
คงไม่ไป ถ้าไป จะรู้สึกอย่างไร?
คงจะนอนไม่หลับ
กังวลว่าจะมีอะไรเสียหายเพิ่มจากที่เคยเห็น
ขโมยงัดบ้าน
หมาสิบกว่าตัวคงจะร้องโหยหวนเพราหิว
จนกระทั่งหมดแรงไปในที่สุด
ไม่เห็นมีใครเดินทางผ่านบ้าน
ยกเว้ณเรือหางยาวที่นานๆผ่านไปไปที
ไม่เห็นมีเรือแจกของมากว่า
10วันแล้ว
คงเป็นเพราในระแวกนี้เขาหนีกันหมด
ไม่มีใครโทร/เอสเอ็มเอส
ขอความช่วยเหลือ
หรือว่าเมื่อเป็นเขตอพยพ(หลักสี่)แล้วก็หมดภาระของทางการ
เขาคงคิดนะว่าประกาศแล้วนี่
ทำไมไม่ไปกินและนอนที่ศูนย์อพยพละ่
หลายวันมานี้ไม่ได้ปั่นจักรยาน
เพราะน้ำถึงอก
แต่ก็ได้ออกกำลังโยกย้ายข้าวของหนีระดับน้ำแทน
นั่งมากหน่อยในการเกาะติดสถานการณ์
สลับกับสื่อสารกับเพื่อนๆออนไลน์
และเล่นเกมผ่านอินเตอร์เนต
ถึงเวลานอนก็นอนได้
ท้องไมอืดไม่เสีย ไม่ปวดหัวตัวร้อน
แสดงว่าไม่มีสภาวะเครียด
12.43 น
เข้านอนดีกว่า
No comments:
Post a Comment