Saturday, November 5, 2011

อยู่กับน้ำ...5พย

15 วันแล้วที่อยู่กับน้ำ เริ่มทำบันทึกตามที่อ.สมัย อาภาภิรม (สนทอง) เพื่อนเก่าอยากให้เขียน(บอก facebook)

น้ำถึงไหน? น้ำเน่ารึยัง? อาหารหมดรึยัง? ...ทิ้งบ้านรึยัง? น้ำลดรึยัง? สบายดีอยู่? ไม่เครียดนะ?ก็ยังเป็นคำถามที่เพื่อน/ญาติที่ห่วงใยถามผ่านทางโทรศัพท์และเฟซบุ๊ค

น้ำก็ทรงๆอยู่2-3 วันแล้ว บวก/ลบ 2-2เซ็น/วัน สบายใจไปเปลาะหนึ่งที่ไม่ต้องคอยยกของที่ชั้นล่างอีก วันนี้เป็นวันแรกที่เท้าไม่ได้สัมผัสน้ำที่เน่าแล้ว ก่อนหน้านี้ต้องแช่น้ำเน่าวันละ2-3 ชั่วโมงในการย้ายของหนีน้ำ ขึ้นที่สูงกว่าเดิม 20-30ซม ส่วนใหญ่เป็นหนังสือ เทปเพลง แผ่นเสียง ซีดี

วานนี้หนักหน่อยเพราะต้องยกเอาโซฟาใหญ่ ตู้ไม้อัดสัก และเฟอร์นิเจอร์ที่แช่น้ำมา10+วันแต่อยู่ในสภาพที่ดี พอซ่อมได้ (เดิมคิดว่าทิ้งแล้ว) แต่ละชิ้นใหญ่ๆและหนัก ปัญหามาปัญญาเกิด หากสติไม่แตก ทำได้โดยหาไม้กระดาน4แผ่นสอดใต้ของใหญ่และหนัก ไม้ช่วยยกของลอยจากพื้นได้เช่นเดียวกับแพ ส่วนของเล็กหนักก็เอาใส่ถังปลาสติก (ทำหน้าที่เป็นเรือ) จักรเย็บผ้าก็ปลดหัวเหล็กออกจากตัวถัง แล้วแยกยก ก็ได้ความรู้สึกดีว่าเราก็เป็นกรรมกรที่ฉลาดได้เหมือนกันนะ

ส่วนตู้เย็น 22คิวก็ตะแคงเค้เก้ ไม่ลอย เพราะส่วนบนยังพิงผนังอยู่ หลายๆอย่างลอยระเกะระกะที่ชั้นล่าง...โหไม่เคยนึกเลยว่าเราสั่งสมขยะไว้มากเพียงนี้

ในห้องหนังสือก็เจอซากปลาคาล์ป 1ตัวที่เล้ียงมากับมือตั้งแต่ตัวเท่านิ้วก้อย จนโตเท่าแขน อีก 8 ตัวไม่รู้ตายอยู่ที่ไหนหรือในท้องใคร

อาหารกลางวันมีแกงเผ็ดปลาดุก หมูเค็ม กุ้งหวาน มื้อเย็นมีต้มยำกุ้งก้ามกราม(สุดอร่อย) กับอะไรจำไม่ได้แล้ว ทั้งหมดเป็นน้ำใจของ อรุณ สายัณห์ ออ (น้องชายมาลี) ที่นำมาให้ด้วยการเดินลุยน้ำระดับหน้าอกถึงไหล่ ระยะทางราว 2 กม.พร้อมกับอาหารอื่นๆ รวมถึงอาหารสุนัขด้วย


น้ำเน่านั้น เน่ามา 10 วันแล้ว จนประสาทรับรู้กลิ่นชินชา จำได้ว่า 30กว่าปีที่แล้วเพื่อนพาไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือที่คลองข้างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กินไม่ลงเพราะเห็นน้ำดำเหมือนในบ้านเราวันนี้ จมูกได้กลิ่นที่เหมือนกับหลายวันก่อนที่น้ำเริ่มเน่าในบ้านเรา แปลกดีนะที่สมองจำกลิ่นได้ดีถึง 30 กว่าปี แต่จมูกกลับรับรู้กลิ่นเดียวกันได้ไม่กี่วันเอง

เรื่องจะอพยพออกบ้าน คงไม่ไป ถ้าไป จะรู้สึกอย่างไร? คงจะนอนไม่หลับ กังวลว่าจะมีอะไรเสียหายเพิ่มจากที่เคยเห็น ขโมยงัดบ้าน หมาสิบกว่าตัวคงจะร้องโหยหวนเพราหิว จนกระทั่งหมดแรงไปในที่สุด

ไม่เห็นมีใครเดินทางผ่านบ้าน ยกเว้ณเรือหางยาวที่นานๆผ่านไปไปที ไม่เห็นมีเรือแจกของมากว่า 10วันแล้ว คงเป็นเพราในระแวกนี้เขาหนีกันหมด ไม่มีใครโทร/เอสเอ็มเอส ขอความช่วยเหลือ หรือว่าเมื่อเป็นเขตอพยพ(หลักสี่)แล้วก็หมดภาระของทางการ เขาคงคิดนะว่าประกาศแล้วนี่ ทำไมไม่ไปกินและนอนที่ศูนย์อพยพละ่

หลายวันมานี้ไม่ได้ปั่นจักรยาน เพราะน้ำถึงอก แต่ก็ได้ออกกำลังโยกย้ายข้าวของหนีระดับน้ำแทน นั่งมากหน่อยในการเกาะติดสถานการณ์ สลับกับสื่อสารกับเพื่อนๆออนไลน์ และเล่นเกมผ่านอินเตอร์เนต ถึงเวลานอนก็นอนได้ ท้องไมอืดไม่เสีย ไม่ปวดหัวตัวร้อน แสดงว่าไม่มีสภาวะเครียด

12.43 น เข้านอนดีกว่า




No comments: