Saturday, November 12, 2011

อยู่กับน้ำ....ปล้ำกับหมา

044013พย.54

หลังจากที่น้ำท่วมพื้นดินพื้นบ้านทุกตารางนิ้ว   เพื่อนบ้านข้างเคียงอพยพออกไปมีชีวิตอยู่บนที่ดอนคอนโดกันหมด   คนไทยที่รักหมาแต่ไม่ยอมมีหมาในบ้านก็ไม่อาจจะเอาอาหารไปให้หมากลางถนนข้างบ้าน ที่มีมากถึง14ตัว ดังที่เคยปฎิบัติเป็นนิจสิน  ทั้งหมดก็ดึงดันเข้ามาอาศัยอยู่ด้วย  โดยนอนบนหลังคารถ 3 คันที่โรงรถ  ระเบียงบ้านไทย   ศาลาไทยพื้นยกสูง1.2เมตร(ที่ไม่เหมือนสร้างขายกัน แต่ทำหน้าที่เดียวกัน) ก็คิดว่าเป็นการทำทาน แทนการใส่บาตร(เพราะไม่มีพระผ่านมาเลย) แทนการสืบชะตาโดยไม่ต้องบินไปทำที่เชียงใหม่หรืออินเดีย คนที่รักหมากลุ่มนี้ก็โทรสัพท์มาถามไถ่ แล้วก็ให้พรเราที่ทำหน้าที่แทนเขาและมากกว่า ให้พรยาวเหยียดไม่แพ้พระสงฆ์

ซ่อมเครื่องรถ  เบรค  คลัช  ภายใน  แล้วก็ซ่อมหลังคาที่บุบโดยหมากระโดดขึ้นลง 

ตั้งแต่วันที่20ตคเป็นต้นมา ก็ต้องออกแรงต้านกับนิสัยใจคอของหมาที่ต้องรับรู้ เช่นต้องย้ายข้าวของที่เก็บใส่กล่องไว้ในที่ 3 แห่งที่ปล่อยให้หมาอาศัย เพราะเห็นมีการขูดข่วนเพื่อทำให้ที่นุุ่มก่อนนอน หรือระบายความเครียด ใหม่ๆก็เรียบร้อย เจียมเนื้อเจียมตัว อยู่มาก็ว่ายน้ำเก่งก็ชอบว่ายน้ำเที่ยว กลับขึ้นมาสะบัดขนนอนบนกล่องกระดาษที่เก็บข้าวของจนเปียกปอน แถมเปียกเปื่อย ก็ต้องได้ออกกำลังขนย้ายของอีก หลายเที่ยว

ทุกคืนมันก็แย่งที่กันนอน ชอบนอนที่สูง ร้องข่มขู่กัน กัดกัน ก็ต้องตะคอกให้มันหยุด หลายครั้งก็ต้องอุเบกขา เอาผ้าห่มครอบหู

ระเบียงชั้นบนที่ใช้เป็นห้องครัวใหม่  มีบันไดทางขึ้นที่เชื่อมต่อศาลาได้  ก็ต้องทำเครื่องป้องกันหมาขึ้นไปคุ้ยหาของกินกลางคืน  เมื่อมันหิว  โดยใช้เหล็กดัดกันขโมยเก่าของเพื่อนบ้านที่เคยขอไปเก็บไว้   แล้วได้ใช้งานจริงๆคราวนี้     3-4 คืนมานี้ต้องพัฒนาการสะกัดกั้นหมา เหมือนที่รัฐบาลและกทมสะกัดกั้นน้ำด้านใต้คลองรังสิตไม่มีผิด   เขาแพ้น้ำที่นั่นแล้วเราก็แพ้น้ำที่มาถึงบ้าน  แล้วเราก็แพ้หมามา 3 คืน แพ้หมารับไม่ได้   คืนที่ 4 เราชนะแล้ว   แต่ก็ต้องตื่นกลางดึกมาดู  เพราะเมื่อมันแพ้ มันก็ส่งเสียงหนวกหู  ก็ต้องออกมาดู ตะคอกมัน  กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย   หลายปีก่อนเคยเจอหมาของข้างบ้านเอาหัวมุดคาประตูเหล็กหนา  กว่าจะเอาออกได้ ก็เหลือชีวิตไม่กี่ชั่วโมง

คืนนี้เราชนะโดยหมาไม่ตาย   คืนต่อๆไปไม่รู้ว่าจะแพ้หรือชนะ   จบวิศวะมา แพ้หมาให้มันรู้ไป

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ก็ยังมีลูกชาย  น้องๆที่ต้องแบกอาการหมาไปเติมให้   โดยเดินลุยน้ำเน่าร่วม 2 กิโลเมตร  ต้องขจัดอุดจาระมันอีก   ล้างกระบะเจ้าตัวเล็กที่เกิดก่อนน้ำท่วม 4-5 วัน  ทุกคนมีส่วนได้บุญ

ประสพการณ์ครั้งนี้
1.ได้เรียนรู้ธรรมชาติของหมา  หมาก็เรียนรู้ธรรมชาติของคน  เช่นเวลาที่มันร้อง มันทะเลาะกัน เราตะคอกด้วยเสียงดังๆมันก็หยุด  มันเรียนรู้เราเร็วกว่าคนบางกลุ่มที่ไม่เรียนรู้กัน ทะเลาะกันจนเผาบ้านเผาเมือง แล้วก็ยังทะเลาะกันต่อ
2.ได้ฝึกอิทธิบาท 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อสุดท้าย

0545น จบเรื่องหมา ขณะที่หมายังไม่หยุดเห่าหอน

*********************

No comments: